Recommended vaccine for travelers : วัคซีนสำหรับผู้เดินทางระหว่างประเทศ

ความรู้เรื่องวัคซีนเพื่อประชาชน
cannot loaded image.

การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศนับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศจุดหมายที่เรา จะเดินทางไปอาจเกิดโรคระบาดหรือมีโรคติดต่อบางอย่างเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งผู้เดินทางเข้าไปในประเทศหรือ พื้นที่นั้นๆ อาจจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนั้นๆ อยู่ทำให้มีความเสี่ยงในการติดโรค และบ่อยครั้งที่ประเทศจุดหมายปลายทาง กำหนดกฎหมายหรือระเบียบในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของผู้เดินทางเข้าประเทศตามความเหมาะสมของตนเอง ดังนั้นผู้เดินทางจึงควรสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคก่อนการเดินทาง โดยควรปรึกษาแพทย์อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อน การเดินทาง เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันหลังการให้วัคซีน และวัคซีนบางชนิดต้องให้หลายครั้ง ก่อนที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันในระดับที่สามารถป้องกันโรคได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยวัคซีนก่อนออกเดินทางแล้ว ไม่ได้หมายความว่า ผู้เดินทางจะปลอดภัยจากโรคติดต่อดังกล่าว ความปลอดภัยของผู้เดินทางจะต้องระวังตัวป้องกันไม่ให้เกิดโอกาสเสี่ยง ต่อการเกิดโรคโดยไม่จำเป็น เช่น การเลือกบริโภคอาหารหรือน้ำที่สะอาดถูกอนามัย


ผู้เดินทางกลุ่มพิเศษ

cannot loaded image.

ทารกและเด็ก

ทารกและเด็กควรได้รับวัคซีนตามแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขให้ครบถ้วน ตามอายุ โดยทั่วไปไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 9 เดือน เข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เหลือง เนื่องจากวัคซีน ป้องกันโรคไข้เหลืองจะไม่ให้แก่เด็กก่อนอายุ 9 เดอื น อย่างไรก็ดีในเด็กอายุ 6-8 เดือน ถ้าจำเป็น ต้องเดินทางเข้าไป ในพื้นที่เสี่ยงและไม่สามารถป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้ดี อาจพิจารณาให้วัคซีนไข้เหลืองได้ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ส่วนเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนถือเป็นข้อห้ามในการรับวัคซีนไข้เหลือง

วัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว

วัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อมากเพราะส่วนใหญ่เดินทางอย่างประหยัด ดังนั้นจึงอาจพักอาศัยในสถานที่ที่มีระบบสุขาภิบาลต่ำกว่ามาตรฐาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเดินทางที่มีกระเป๋า สัมภาระสะพายหลัง) รวมถึงพฤติกรรมทางเพศและความเสี่ยงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือยา คนกลุ่มนี้จึงควรได้รับคำแนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโรคที่เหมาะสมก่อนออกเดินทางและระมัดระวังหลีกเลี่ยงโอกาส ติดเชื้อโรคต่างๆ ไปพร้อมกันด้วย

ผู้เดินทางเป็นประจำ

ผู้ที่เดินทางเป็นประจำโดยเฉพาะทางเครื่องบินอาจละเลยการดูแลสุขภาพตนเอง การเดินทางที่นับจำนวน ไม่ถ้วนและไม่เคยเกิดปัญหาด้านสุขภาพมาก่อนจึงอาจทำให้ไม่ได้ตรวจตราว่าตัวเองได้รับ การสร้างภูมิคุ้มกันครบถ้วน หรือยัง

ผู้เดินทางนาทีสุดท้ายหรือเดินทางกะทันหัน

ผู้เดินทางหลายต่อหลายคนต้องเดินทางกะทันหัน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะได้รับวัคซีนหลายชนิดในเวลา อันสั้น ถ้าไม่อาจได้รับวัคซีนก่อนจะเดินทางได้ครบถ้วน อาจจะขอรับวัคซีนโด๊สที่เหลือในประเทศปลายทางหลังช่วง เวลาที่เหมาะสมได้

หญิงตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ไม่ใช่ข้อห้ามไม่ให้รับวัคซีน ถ้าวัคซีนชนิดนั้นปลอดภัยและมีผลในการป้องกันโรคทั้งมารดา และทารกในครรภ์ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอยู่บ้างในการหลีกเลี่ยงวัคซีนบางชนิดที่อาจเกิดอันตรายต่อทารกใน ครรภ์ได้ วัคซีนทำจากเชื้อตาย, toxoids, polysaccharide และวัคซีน IPV ถือว่ามีความปลอดภัยสำหรับหญิง มีครรภ์ ส่วนวัคซีนเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ เช่น วัคซีน MMR, BCG, Varicella, วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง วัคซีน ไทฟอยด์ชนิดกิน, วัคซีนเจอี จะเป็นวัคซีนต้องห้ามเพราะตามทฤษฎีแล้วจะเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ และเป็นวัคซีนที่ต้อง หลีกเลี่ยง แต่ความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนเชื้อยังมีชีวิตต้องแยกพิจารณาเป็นรายๆ เช่น หญิงตั้งครรภ์ ถ้าจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคไข้เหลืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจพิจารณาให้วัคซีนไข้เหลือง

ผู้เดินทางสูงอายุ

ผู้สูงอายุอาจไม่เคยได้รับวัคซีนที่แนะนำให้ตามปกติ หรือภูมิคุ้มกันที่เคยมีอาจตกต่ำลง ทำให้ไวต่อ การติดเชื้อโรคได้ง่าย เช่น คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และโปลิโอ เช่นเดียวกับโรคติดเชื้อประจำถิ่นอื่นๆ ในประเทศ จุดหมายปลายทาง

ผู้เดินทางที่สูงอายุที่ไม่เคยได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคควรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันพื้นฐานครบชุด ตั้งแต่ Tdap, IPV และ HB และสำหรับผู้ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบเอ ควรได้รับวัคซีนดังกล่าวก่อนออกเดินทาง ไปยังประเทศที่กำลังพัฒนา

ผู้เดินทางสูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ จึงควรได้รับวัคซีน ไข้หวัดใหญ่อย่างสม่ำเสมอทุกปี และควรพิจารณารับการฉีดวัคซีน Pnc ด้วย

ผู้เดินทางที่มีปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรัง

ผู้เดินทางที่มีปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือกำลัง รับรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันจะมีโอกาสเสี่ยงจากอาการแทรกซ้อนเมื่อได้รับวัคซีนที่เชื้อยังมีชีวิต ดังนั้นจึงต้องแนะนำ ให้หลีกเลี่ยงวัคซีน MMR, OPV, BCG, Varicella, วัคซีนไข้เหลือง และวัคซีนทัยฟอยด์ (ชนิดกิน) ถ้าจำเป็นต้อง เดินทางไปยังประเทศที่ต้องการเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโรคไข้เหลือง ผู้เดินทางต้องขอหนังสือรับรองจากแพทย์ เพื่อขอยกเว้นการฉีดวัคซีนดังกล่าว

ผู้เดินทางที่มีปัญหาหัวใจและระบบการไหลเวียนของเลือด และ/หรือ โรคทางเดินหายใจ หรือ โรคเบาหวาน เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่รุนแรงและเกิดอาการแทรกซ้อนของโรคดังกล่าวด้วย จึงแนะนำให้รับ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี และ วัคซีน Pnc ด้วย สำหรับผู้ที่ไม่มีม้าม หรือม้ามไม่ปกติ จะแนะนำให้ รับวัคซีนเพิ่มได้แก่ วัคซีน Hib, Mnc และ Pnc

ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ควรได้รับวัคซีนให้ครบถ้วนเช่นเดียวกับคนปกติ รวมทั้งควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ Pnc โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้ :

- วัคซีน MMR ให้ได้ตามปกติ ยกเว้นถ้าผู้เดินทางมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องมาก (เช่น เป็น HIV ที่มีระดับ CD 4 < 200 เซลล์/มม.3 หรือ < 15% ในเด็ก) ถือเป็นข้อห้ามในการรับวัคซีน

- วัคซีน BCG ให้ได้เฉพาะผู้ที่ยังไม่มีอาการของโรค (แต่สำหรับคนไทยไม่จำเป็นต้องรับ BCG เพราะมีการให้เป็นวัคซีนพื้นฐานตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากมีความชุกของโรคสูงในประเทศไทย)

- วัคซีนไข้เหลือง เป็นข้อห้ามในกลุ่มผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มี CD4 น้อยกว่า 200 เซลล์/ตร.มม. ส่วนผู้ที่มี CD4 200-499 เซลล์/ตร.มม. สามารถพิจารณาให้วัคซีนไข้เหลืองได้ถ้าจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง


วัคซีนสำหรับนักเดินทาง


เอกสารรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระหว่างประเทศ (International certificate of vaccination)

เอกสารรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระหว่างประเทศเป็นเอกสารเฉพาะตัว ไม่ใช้หลายคนในเอกสาร เล่มเดียวกัน เด็กจะต้องมีเอกสารดังกล่าวแยกต่างหาก เอกสารดังกล่าวต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส อาจเพิ่มภาษา อื่นอีกก็ได้ เอกสารรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระหว่างประเทศจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง ที่ใช้ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกแล้ว และในหนังสือต้องมีการระบุชื่อบุคคลที่ได้รับวัคซีนอย่างชัดเจน มีเลขที่หนังสือเดินทางชนิด และ Lot number ของวัคซีน รวมทั้งต้องมีลายเซ็นของผู้มีอำนาจและมีตราประทับ จากสถานที่ออกใบรับรองซึ่งได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข และในเอกสารรับรองดังกล่าวจะต้องไม่มีรอย ขูดลบ ขีดฆ่าใดๆ

เอกสารรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระหว่างประเทศที่ออกให้แก่เด็กที่ยังเขียนหนังสือไม่ได้ ผู้ปกครอง หรือบิดามารดาต้องลงชื่อแทน และมีผู้รับรองอีกชั้นหนึ่ง

ตัวอย่างเอกสารรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

cannot loaded image.