ความรู้เรื่องวัคซีน
ความรู้เรื่องวัคซีนเพื่อประชาชน

6. ความมั่นคงด้านวัคซีน อีกหนึ่งความรับผิดชอบของไทยในอาเซียน

คอลัมน์หมอบ้านสวน เดือนกรกฎาคม ปี 2560

เหนือทะเลจีนใต้ หลังเทคออฟจากสุวรรณภูมิเกือบ 2 ชั่วโมง, อีก 60 นาที คงถึงที่หมาย "มะนิลา" เมืองหลวงตากาล็อกเพื่อเข้าประชุมอาเซียน "การพัฒนาระบบและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข" 5-6 ก.ค. 2560 ณ โรงแรมโซฟิเทล ติดอ่าวมะนิลา การเข้าประชุมคราวนี้ แม้ร่วมได้เพียงครึ่งเดียว ผมยังจำต้องมา, การแสดงตัว เป็นการสะท้อนว่าเรายังให้ความสำคัญกับสิ่งที่ถูกมอบหมาย สร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย ไทยได้รับเกียรติให้เป็นผู้รับผิดชอบหลัก (Leading country) ผลักดันเอเชียอาคเนย์สู่การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านวัคซีน ในระยะยาวมันคือภาระอันยิ่งใหญ่

นั่นหมายความว่า ประเทศในอาเซียนจะร่วมมือกันในระยะยาว เพื่อทำการวิจัย พัฒนา และผลิตวัคซีน เพื่อให้มั่นใจว่าประชากรกว่า 600 ล้านคนในภูมิภาคนี้จะมีวัคซีนที่จำเป็นใช้อย่างเพียงพอและทันเวลา ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน หากเกิดการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในอนาคต

แม้นักวิชาการสยามบางคน ปรามาสว่าความร่วมมือในอาเซียน เหมือนผีแห้งกับโลงผุมาเจอกัน หาความสำเร็จยาก สมาชิกไม่จริงจัง ขาดความจริงใจต่อกัน ด้วยวิญญาณของแพทย์นักระบาด อดเตือนตนเองไม่ได้ อย่าหูเบา อย่าด่วนสรุป และอย่ายอมแพ้ ไม่มีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ใดจะได้มาง่าย ๆ หรอก

เพื่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ระหว่างประชุม ผมได้นัดสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญชาวฟิลิปปินส์บางท่าน เพื่อเก็บข้อมูลศักยภาพด้านวัคซีน ข้อมูลที่ได้ทำให้แปลกใจ เพิ่งทราบว่าชาวตากาล็อกก็เคยผลิตวัคซีนบีซีจี ป้องกันวัณโรคได้เหมือนไทย โดยได้รับการถ่ายทอดจากฝรั่งเศส แต่ต้องหยุดไปกว่า 10 ปี เพราะกระบวนการทำแห้งมีปัญหา

คณะนักวิทยาศาสตร์ฟิลิปปินส์กลุ่มนี้ จึงขอให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติช่วยประสานหน่วยผู้ผลิตในประเทศไทย คือ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย อนุเคราะห์การสอนวิธีการทำแห้งวัคซีนนี้ให้ด้วย นี่คงเป็นนิมิตรหมายที่ดี ก่อนที่ความร่วมมืออาเซียนจะเกิดผล การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศกันเองก่อนน่าจะดำเนินการคู่ขนานกันไปด้วย

หมอบ้านสวน