ความรู้เรื่องวัคซีน
ความรู้เรื่องวัคซีนเพื่อประชาชน

2. คนไทยกับพฤติกรรมป้องกันภัยสุขภาพ

คอลัมน์หมอบ้านสวน เดือนมีนาคม ปี 2560

เกิดอุบัติเหตุตรงเกือกม้า เด็กชายหัวเกรียนไม่เป็นอะไรมาก ส่วนเด็กหญิงนอนนิ่ง สงสารพ่อแม่ แต่ผมไม่เข้าใจอนุญาต ให้เด็กขับมอไซค์ได้ไง" โชเฟอร์แท็กซี่ให้ข้อมูล กอปรกับสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน ไทยยังตายครองอันดับ 2 ของโลก ทำให้มี การตั้งคำถามว่า ชาวไทยตระหนักในความปลอดภัยและการป้องกันภัยสุขภาพน้อยไปหรือไม่ ความรู้สึกของผมยังสับสนกับคำ ถามข้างบน เพราะตั้งแต่เด็กจนวัยกว่าครึ่งร้อย ภาพที่คุ้นชินมันบอกตรงข้าม ที่เห็นบ่อย คือ การบนบานศาลกล่าว ขอพรสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ เพื่อดลบันดาลให้ห่างโรค คลาดแคล้วจากอันตรายทั้งปวง สะท้อนว่าเราก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยมิใช่น้อย โดยหวัง พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคช่วย ดังคำอุทานปลอบใจที่ได้ยินเสมอเมื่อประสบอุบัติเหตุ "โชคไม่ดีเลย"

เมื่อพูดถึงการป้องกันภัยสุขภาพ ทำให้ผมนึกถึง “วัคซีน” เครื่องมือที่ปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง ใช้กันทั่วโลกตั้งแต่ ในอดีตสืบมา เห็นผลอย่างชัด ๆ วัดได้ จนบางโรคถูกกวาดล้างไปหมดสิ้น หลายโรคเหลือน้อยเต็มที ไทยเราเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับรางวัลองค์การอนามัยโลกด้านบริการ ทำให้เด็กไทยเข้าถึงวัคซีนสูงสุด ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีทัศนคติบวก ต่อการป้องกันภัยสุขภาพ ยอมรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัญหาสำคัญคือ รัฐทำอย่างไรถึงจะทำให้ประชาชนเข้าถึง เทคโนโลยี รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนวัคซีนที่นำมาให้บริการฟรีแก่ประชาชนคนไทย ผู้เชี่ยวหลายท่านบ่นว่าเราล้า หลังเพื่อนบ้านมาก เมื่อจะนำวัคซีนตัวใหม่มาให้แก่กลุ่มเป้าหมาย แม้ผลคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์สากลหลายค่าย ต่างบอก ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เงินงบประมาณก็มีพร้อม แต่สิ่งที่ประสบอยู่เสมอ คือ เสียงต่อต้านจากคนบางกลุ่มกังวลมากกลัวโง่หลงกลบริษัท ทำให้ผู้บริหารต้องชะลอโครงการ บางวัคซีนต้องรอกันเกือบ 10 ปี เป็นห่วงแต่คนรายได้น้อย เพราะไม่สะดวกซื้อเอง จนมีผู้ป่วย ตายสะสมเหยียบหมื่น เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าคนไทยทันสมัยเพียงพอที่จะยอมรับและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพียงแค่ภาครัฐจะ สามารถวางระบบหรือให้บริการที่เหมาะสมจนประชาชนเข้าถึงได้หรือไม่เท่านั้น ไม่เช่นนั้นคนไทยคงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันต่อไป

หมอบ้านสวน